ตัวอย่างเครื่องดื่มสมุนไพร

มะเขือเทศ เป็นพืชผักที่นิยมแพร่หลายทั่วโลก มีถิ่นกำเนิดอยู่ประเทศแม็กซิโก จากนั้นแพร่หลายไปในยุโรป อเมริกาและทวีปเอเชียตามลำดับ เป็นพืชที่ให้คุณค่าต่อสุขภาพสูง บริโภคได้ทั้งเป็นผักสดและปรุงเป็นอาหาร รวมทั้งเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมเกษตรที่สำคัญ เช่น ทำซอสมะเขือเทศบรรจุกระป๋องเป็นส่วนผสมของประกระป๋องและที่สำคัญ คือ ทำน้ำมะเขือเทศ

ส่วนผสม

  มะเขือเทศสีดา   10 ผล

   น้ำสะอาด   1 ถ้วย
น้ำผึ้ง     1/2 ถ้วยตวง
เกลือป่น     1/4 ช้อนชา
น้ำมะนาว   ? ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1. นำมะเขือเทศมาล้างให้สะอาด ผ่าครึ่งแกะเมล็ดออกให้หมด ใส่ลงเครื่องปั่น เติมน้ำสะอาด น้ำผึ้ง น้ำมะนาวและเกลือป่นลงไป ปั่นให้ละเอียด
2. น้ำมะเขือเทศที่ได้จะมีรสหวานอมเปรี้ยวออกเค็มเล็กน้อยเวลาเสิร์ฟใส่ในน้ำแข็ง พร้อมดื่ม

คุณค่าต่อสุขภาพ
เนื้อมะเขือเทศที่ใช้ทำน้ำมะเขือเทศนี้มีสรรพคุณช่วยให้ระบบย่อยอาหารของร่างกายทำงานดีขึ้น ช่วยระบาย ช่วยฟอกเลือดและช่วยให้รู้สึกสดชื่นมีเบต้า-แคโรทีน สูงมาก ช่วยต่อต้านมะเร็งและมีวิตามินซีสูงมากเช่นกันป้องกันเลือดออกตามไรฟัน ทำให้เกิดความสดชื่นแก้กระหายน้ำ ผิวพรรณผ่องใส ช่วยในการย่อยอาหารดีขึ้น ช่วยฟอกเลือดและป้องกันโรคมะเร็ง

ตัวอย่างเครื่องดื่มสมุนไพร

   ว่างหางจระเข ้เป็นพืชที่ได้รับความสนใจสูงมาก เพราะสามารถนำมาพัฒนารูปแบบเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปได้ทั้งเป็นยาและเครื่องสำอาง รวมทั้งเป็นสมุนไพรที่กระทรวงสาธารณสุขให้ความสนใจที่จะพัฒนาเป็นยาที่มีมาตรฐานต่อไป สรรพคุณที่รู้จักกัน คือ ช่วยรักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก นอกจากมีสรรพคุณทางยาแล้ว เรายังสามารถนำมาทำเป็นอาหารได้อีกหลายชนิด เช่น วุ้นจากใบทำลอยแก้ว วุ้นแช่อิ่มและน้ำว่านหางจระเข้ เป็นต้น
water-i20090820

ส่วนผสม

ว่างหางจระเข้   1   ถ้วยตวง
น้ำสะอาด   1   ถ้วยตวง
น้ำผึ้ง     ?   ถ้วยตวง

วิธีทำ
1. เลือกว่านหางจระเข้ที่ใบอวบๆ ใหญ่ๆ เพราะจะได้เนื้อวุ้นมาก นำมาปอกเปลือกแช่น้ำทิ้งไว้สักครู่ เพื่อล้างน้ำยางออกให้หมด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่เครื่องปั่นเติมน้ำสะอาดลงไป ปั่นให้ละเอียด
2. กรองให้สะอาดด้วยผ้าขาวบาง ใส่น้ำผึ้งลงไป คนให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ เสิร์ฟโดยเติมน้ำแข็งหรืออาจกรองใส่ขวดแช่เย็นได้ดื่มก็ได้ แต่ไม่ควรทิ้งไว้เกิน 2 วัน

คุณค่าต่อสุขภาพ
วุ้นที่ใช้ทำน้ำว่านหางจระเข้มีสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายชนิด รวมทั้งสารที่ออกฤทธิ์เป็นยาถ่ายด้วย ดื่มเย็นๆ ช่วยให้สดชื่น ช่วยบำรุงสุขภาพร่างกายเนื่องจากอ่อนเพลีย
พักผ่อนน้อย ช่วยระบบขับถ่ายให้ปกติ

ข้อเสนอแนะ
1. สารสำคัญในวุ้นและน้ำเมือกจากว่านหางจระเข้นี้ ไม่คงตัว สรรพคุณของสารจะลดลงเรื่อย ๆ ดังนั้นในการใช้ใบสด ต้องตัดออกมาจากต้นใหม่ ๆ
2. ถ้าจะใช้วุ้นต้องปอกเปลือก ล้างน้ำยางสีเหลืองออกให้หมด เพราะในน้ำยางมีสารที่ทำให้เกิดอาการคัน หรืออาจจะทำให้เกิดอาการแพ้ได้

ตัวอย่างเครื่องดื่มสมุนไพร

แครอท เป็นพืชผักที่เรานำส่วนของรากมารับประทานหรือบางคนเรียกว่าหัว ซึ่งเป็นส่วนที่สะสมอาหารมีคุณค่าทางอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายชนิด ด้วยสีของแครอทที่เป็นสีส้มอมแดง จึงนิยมนำมาประกอบอาหาร เช่น ผัด ใส่แกงจืด ทำเป็นส้มตำ ดอง ทำขนม แต่งสีของอาหาร รวมทั้งทำน้ำผักสมุนไพรด้วย

ส่วนผสม
เนื้อแครอท   5 ช้อนโต๊ะ
น้ำน้ำมะนาว   2 ช้อนโต๊ะ
น้ำผึ้ง     1/3 ถ้วยตวง
น้ำสะอาด   1 1/2 ถ้วยตวง
เกลือ     ? ช้อนชา

วิธีทำ
1. นำเครอทมาล้างให้สะอาด ปอกเปลือก หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เติมน้ำลงไปแล้วปั่นให้ละเอียด
2. เติมน้ำผึ้ง น้ำมะนาวเกลือและน้ำ ปั่นให้เข้ากัน
3. ได้น้ำแครอทพร้อมดื่ม

คุณค่าทางสมุนไพร
น้ำแครอทได้จากการนำเนื้อแครอทมาปั่น ซึ่งมีปริมาณเกลือ โปแตสเซียมสูง มีฤทธิ์ช่วยขับปัสสาวะ สารเบต้า-แคโรทีนเป็นสารที่เปลี่ยนเป็นวิตามินเอในร่างกาย อันเป็นประโยชน์ต่อระบบสายตา เช่น โรคตาฟาง รวมทั้งน้ำมันหอมระเหยที่มีฤทธิ์ช่วยขับพยาธิไส้เดือนได้อีกด้วยสรรพคุณทางยาของแครอทนั้นเป็นที่ทราบกันดีว่าในหัวของแครอทนั้นมีสาระสำคัญอย่างหนึ่ง ได้แก่เบต้าคาโรทีน ที่มีอำนาจยับยั้งเซลล์ของมะเร็งได้ด้วยไม่ทำให้เกิดเซลล์มะเร็ง ต่อต้านการเกิดเซลล์มะเร็งได้เป็นอย่างดี ซึ่งธรรมชาติได้สร้างมาให้มนุษย์เราอย่างเหมาะสมมาก
มะละกอ เป็นผลไม้ผลยืนต้นที่ผลสุกมีรสหวานหอมมาก ราคาถูกเป็นที่รู้จักกันดีจากการนำผลผลิตมาทำส้มตำ เป็นพืชเมืองร้อนที่พบเห็นได้ทั่วไป ผลสุกนอกจากการนำมารับประทานสุกแล้วยังสามารถนำมาแปรรูปในงานอุตสาหกรรมเกษตรได้อีกหลายอย่าง ในที่นี่จะแนะนำถึงการนำมะระกอทำเป็นน้ำสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

ส่วนผสม

มะละกอสุก 1/2 ลูก
น้ำผึ้ง 1/2 ถ้วย
เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
น้ำต้มสุก 3 ถ้วย
วิธีทำ
1.ปอกเปลือกมะละกอล้างให้หมดยาง ฝานเอาเมล็ดออก หั่นชิ้นเล็ก ๆ
2.ใส่เนื้อมะละกอสุกลงในโถปั่นใส่น้ำต้ม น้ำผึ้ง เกลือ ปั่นให้ละเอียด
3.ตักน้ำแข็งใส่แก้ว เทน้ำมะละกอใส่เสิร์ฟเย็น ๆ หรือจะแช่เย็นก็ได้

คุณค่าต่อสุขภาพ
มะละกอสุกเป็นผลไม้ที่มีวิตามินเอสูงมากรวมทั้งวิตามินซี เพกติน เหล็ก แคลเซียมและมีสาร CAROTENOID ซึ่งเป็นสารที่ทำให้มะละกอเป็นสีส้ม ให้รสหวาน ช่วยให้เจริญอาหาร บำรุงน้ำนมรวมทั้งช่วยระบายท้องได้ดีอีกด้วย ต้นมะละกอ ขับประจำเดือน ลดไข้ดอก ขับปัสสาวะ ราก แก้กลากเกลื้อน ยาง ช่วยกัดแผล รักษา

การจะทำให้อร่อยต้องมีข้อควรระวังบางอย่างซึ่งไม่ยาก ข้อควรจำมีดังนี้

             เตรียมส่วนประกอบให้พร้อม เป็นที่รู้กันดีว่าต้องปอกเปลือกผักและผลไม้ก่อนทานเนื่องจากมีสารเคมีอยู่ การตัดแบ่งส่วนประกอบออกเป็นชิ้นๆ ขนาดใหญ่พอสมควรก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำเตรียมไว้เช่นกัน แต่ต้องระวังอย่าให้มีขนาดใหญ่เกินไปจนเข้าเครื่องปั่นไม่ได้ ควรเตรียมส่วนประกอบไว้ล่วงหน้าเพื่อให้ได้เครื่องดื่มสมุนไพรรสอร่อย แม้จะมีขั้นตอนมากน้อยต่างกันออกไปบ้าง
            ลงมือทำด้วยความรวดเร็ว การทำเครื่องดื่มสมุนไพร ทางที่ดีต้องเตรียมส่วนประกอบล่วงหน้าและลงมือทำโดยเร็วที่สุด เนื่องจากวิตามินต่างๆ ในผักและผลไม้ดังกล่าวเมื่อถูกอากาศจะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนบ้าง หรือเมื่อถูกเครื่องปั่นก็จะสูญสลายไปบ้างก็มี เป็นต้น
ไม่ใส่น้ำตาลทรายขาว สำหรับเครื่องดื่มสมุนไพรแล้วรสหวานทำให้ดื่มอร่อยกว่ารสขม อีกทั้งรสหวานจากผักและผลไม้สดๆช่วยทำให้รสชาติอร่อยพอเหมาะในตัวอยู่แล้ว แต่กรณีที่ได้รสหวานไม่พอ ควรเติมน้ำผึ้งหรือน้ำตาล Oligosaccharide น้ำตาลทรายแดงเป็นต้น แต่ระวังอย่าเติมน้ำตาลทรายขาว เพราะน้ำตาลทรายขาวทำให้ร่างกายต้องการวิตามินบี1 บี2 และแคลเซียมในปริมาณที่มากขึ้น น้ำตาล Oligosaccharide และน้ำผึ้ง มีวิตามินและเกลือแร่ผสมอยู่ไม่ทำให้คุณค่าสารอาหารของเครื่องดื่มสมุนไพรต้องสูญเสียไปก็ตาม แต่ก็มีแคลอลี่สูง ควรใส่ในปริมาณน้อยๆนอกจากน้ำผึ้งแล้ว เราสามารถใช้พืชรสหวาน อาทิ หญ้าหวาน หรือชะเอมมาเจือกับเครื่องดื่มจากสมุนไพรเพื่อแต่งรสได้บ้าง ตามสมควรต่อภูมิสุขภาพพื้นฐานของแต่ละคน
ฝึกทำจนได้รสกลมกล่อมดื่มแล้วรู้สึกสดชื่น การทำเครื่องดื่มสมุนไพรนั้นสามารถนำผักผลไม้มาผสมผสานกันได้ตามความพอใจ จึงควรลองนำมาปรุงให้ได้รสถูกปากตนเอง แต่สำหรับแครอท แตงกวา ฟักทอง มีเอนไซม์แอสคอรบินาซิส มีคุณสมบัติทำลายวิตามินซีที่ปนอยู่ด้วย หากต้องการใส่ผักดังกล่างผสมกับของที่มีวิตามินซีผสมอยู่มาก ทางที่ดีควรบีบมะนาวหรือเหยาะน้ำส้มสายชูเพิ่มเข้าไป ส่วนสับปะรด กีวี เมลอน มะละกอ มีเอนไซม์ชนิดย่อยสลายโปรตีนได้ดีเป็นส่วนประกอบ ดังนั้น หากเติมนมหรือผลิตภัณฑ์จากนมเข้าไปก็จะทำให้เกิดรสขม

                  ทำแล้วดื่มทันที เครื่องดื่มสมุนไพรที่ทำเสร็จใหม่ๆจะมีรสอร่อยเต็มไปด้วยสารอาหารต่างๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปรสชาติและสารอาหารก็ยิ่งลดลง ดังนั้น ทางที่ดีควรดื่มภายใน 30 นาทีโดยนับจากเวลาทำเป็นจุดเริ่มต้น แน่นอนว่าไม่ควรทำเตรียมทิ้งไว้เฉยๆเด็ดขาด

การจะทำให้อร่อยต้องมีข้อควรระวังบางอย่างซึ่งไม่ยาก ข้อควรจำมีดังนี้

 ส่วนประกอบทุกอย่างต้องเป็นของสดๆ
เมื่อจะทำเครื่องดื่มสมุนไพร ต้องใช้ส่วนประกอบทุกอย่างเป็นของสดเท่านั้นผักและผลไม้เมื่อถูกเด็ดออกมาใหม่ๆจะมีรสอร่อยและได้คุณค่าทางอาหารสูง แต่ยิ่งผ่านไปนานวันคุณค่าทางอาหารและรสชาติจะลดลง บางคนคิดว่าการเก็บในตู้เย็นช่วยรักษาความสดไว้ได้ ความจริงแล้วไม่ว่าจะเก็บไว้อย่างดีเพียงใดก็ตามผักเมื่อเก็บค้างข้ามวันคุณค่าสารอาหารจะลดลงไปเรื่อยๆ
                                    เลือกใช้ส่วนประกอบที่ออกตามฤดูกาล สมุนไพรทั้งผักและผลไม้ที่ออกตามฤดูกาล อุดมไปด้วยสารอาหารแถมยังอร่อยและราคาถูก เหมาะที่จะทำเป็นเครื่องดื่มสมุนไพรที่สุด ผักผลไม้ที่ออกในฤดูร้อนจะช่วยให้ร่างกายเย็นลง ตรงกันข้ามของที่ออกในฤดูหนาวจะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น นี่คือเหตุผลของการเลือกใช้ผักผลไม้ตามฤดูกาล
ส่วนประกอบทุกอย่างถ้าเป็นไปได้ต้องใช้ของที่ปราศจากสารเคมีทางการเกษตรหรือน้อยที่สุด
เป็นธรรมดาที่จะต้องปอกเปลือกผักหรือผลไม้ก่อนทาน เพราะอาจจะมีสารเคมีตกค้างอยู่ แต่ความจริงแล้วบริเวณระหว่างเปลือกกับเนื้อข้างในเป็นแหล่งกำเนิดสารอาหารจำพวกวิตามินต่างๆ ดังนั้นเพื่อให้ร่างกายรับสารอาหารมากที่สุดจึงควรรับประทานทั้งลูก โดยเลือกซื้อที่ปราศจากสารเคมีหรือมีสารเคมีน้อยที่สุด
ส่วนประกอบต้องทำให้เย็นลงการทำเครื่องดื่มสมุนไพรให้เย็นลงจะช่วยให้รสชาติอร่อยขึ้นกว่าเครื่องดื่มอุณหภูมิปกติ ดังนั้น ทางที่ดีควรนำส่วนประกอบทุกอย่างเข้าตู้เย็นเพื่อทำให้เย็นลงก่อนทำ หากทำได้ก็อร่อยโดยไม่ต้องพึ่งน้ำแข็ง เพราะจะละลายแล้วทำให้รสจืดลง
ส่วนประกอบต้องล้างให้สะอาดหมดจดก่อนทำ การล้างสมุนไพรผักผลไม้ต่างๆจำเป็นต้องล้างอยู่แล้วตามปกติ แต่ต้องระวังวิตามินชนิดที่ละลายได้ในน้ำเช่น วิตามินซี และวิตามินตัวอื่นๆ มีหลักว่าควรล้างในน้ำไหล เพราะการใส่ลงในกะละมัง จะทำให้วิตามินดังกล่าวละลายออกมาอยู่ในน้ำ หลังจากล้างเสร็จต้องทำให้สะเด็ดน้ำก่อนใช้

เครื่องดื่มสมุนไพรเพื่อสุขภาพ

nam21

“สมุนไพร” หมายถึง ผลิตผลธรรมชาติได้จาก พืช สัตว์ และแร่ธาตุ ที่ใช้เป็นยาหรือผสมกับสารอื่นตามตำหรับยาเพื่อบำบัดโรค บำรุงร่างกาย หรือใช้เป็นยาพิษ เช่น กระเทียม น้ำผึ้ง รากดิน(ไส้เดือน) เขากวางอ่อน กำมะถัน ยางน่อง โลติ๊น.
“สมุนไพร” หมายถึง ยาที่ได้จากพืช สัตว์ แร่ธาตุ จากธรรมชาติที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายใน สามารถนำไปใช้เป็นยารักษาโรคต่างๆ และบำรุงร่างกายได้
พืชผักผลไม้
“เครื่องดื่มสมุนไพร” จึงหมายถึง เครื่องดื่มที่ได้จากพืชผักผลไม้ผลิตผลต่าง ๆ ที่ได้จากธรรมชาติ จากส่วนต่าง ๆ ของพืช คือ ต้น ใบ ดอก ราก เมล็ด รากหรือเหง้าเป็นต้น เพราะพืชบางชนิดนอกจากจะนำมาแปรรูปเป็นอาหารได้หลายชนิดแล้ว ยังมีสรรพคุณทางยาอีกด้วย เครื่องดื่มสมุนไพรจึงเป็นการแปรรูปผลิตผลจากธรรมชาติที่ให้คุณค่าทางโภชนาการและคุณค่าทางยาต่อสุขภาพ
การเลือกวัตถุดิบ
-สด ในกรณีพืชผักที่ได้มาจากตลาดสดทั่วไป ควรต้องมีการคัดเลือก ต้องไม่ช้ำหรือมีรอยบุบหรือมีรู เป็นของที่ทิ้งไว้นาน ไม่เน่าเสีย เพราะว่าของสด จะมีผลถึงคุณภาพเครื่องดื่มสมุนไพรที่จะได้
-สุก พอดีกับความต้องการ พืชผักผลไม้บางชนิด จะมีช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการแปรรูป รวมทั้งสารอาหารที่จะได้ด้วย เช่น มะละกอควรมีความสุขพอสมควร ไม่สุกจนเละ มะขาม ควรเป็นมะขามแก่ที่สามารถนำมาละลายน้ำได้
-สมบูรณ์ ทั้งผักผลไม้และพืชต่างๆ ที่นำมาทำเครื่องดื่มสมุนไพรนี้ควรอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์เต็มที่ไม่แกร็น หากเป็นผลควรอยู่ในช่วงที่โตเต็มที่ ผลไม้ก็ควรโตสมบูรณ์พอสมควร พืชที่ต้องการกลิ่น เช่น แตงไทยควรอยู่ในระยะที่มีกลิ่นสูงสุด เพื่อให้ได้กลิ่นและรสชาติที่ดีที่สุด ในการทำเครื่องดื่มสมุนไพร
-น้ำสะอาดการใช้น้ำประปาโดยตรงอาจมีโลหะหนัก ปรอท แคลเซียม และสารกลุ่มไบคาร์บอเนต ปนเปื้อนมาจากท่อส่งน้ำหรือน้ำใต้ดิน ถ้าสังเกตว่าน้ำที่ต้มแล้วมีฝ้าบาง ๆ จับอยู่บนผิวหน้าแสดงว่าน้ำมีสารอื่นปนเปื้อนอยู่ การต้มเครื่องดื่มสมุนไพรควรใช้เฉพาะน้ำกรองสะอาดเท่านั้น อีกวิธีหนึ่งที่ช่วยได้คือใช้มะนาวฝานบางเป็นแว่นลอยไว้ในเครื่องดื่ม กรดกลุ่มซิตริกจากมะนาวจะช่วยลดอนุมูลกลุ่มไบคาร์บอเนตที่ปนเปื้อนอยู่ได

วิธีการสกัดพืชผักผลไม้ให้เป็นเครื่องดื่มสมุนไพรนี้ เราสามารถทำได้หลายวิธี คือ
1. การบีบหรือคั้นให้เป็นน้ำ โดยทั่วไปใช้กับ พืชที่มีน้ำในตัวมากจนสามารถบีบหรือคั้นเอาน้ำมาดื่มได้เลยผักผลไม้ จำพวก ส้ม มะนาว อ้อย
2. การปั่นหรือการบดให้ละเอียด คือการทำให้พืชผักผลไม้นั้นละเอียดหรือมีขนาดเล็กลง และนำไปผสมน้ำต้มสุกหรือน้ำสะอาด เพื่อลดความเข้มข้นของสมุนไพรนั้นให้เจือจาง การทำให้ละเอียดอาจทำได้หลายวิธี เช่น การใช้มีดสับให้ละเอียด การโขลก การใช้เครื่องปั่น หรือเครื่องบด ส่วนใหญ่จะเป็นพืชจำพวกผักและผลไม้บางชนิดที่มีน้ำน้อย เช่น ผักขึ้นฉ่าย แตงกวา ข้าวโพด แตงไทย ฝรั่ง แครอท มะระ เป็นต้น
3. การต้ม คือ การนำไปเคี่ยวให้เดือดร่วมกับน้ำ พืชบางชนิดเมื่อโดนความร้อนจะได้สีและกลิ่นออกมา เช่น ตะไคร้ มะตูม แห้ว กระเจี๊ยบ เป็นต้น
วัสดุอุปกรณ์
การทำเครื่องดื่มสมุนไพร คือ การสกัดพืชผักผลไม้ที่เป็นสมุนไพรในแต่ละชนิดนั้นให้แปรสภาพเป็นน้ำ แล้วนำมาผสมกับน้ำให้เจือจางปรุงแต่งรสชาติให้น่ารับประทาน ดังนั้นการสกัดน้ำสมุนไพรจึงขึ้นอยู่กับน้ำสมุนไพรชนิดนั้น ๆ
ว่าควรใช้วิธีการใด เช่น อาจต้องทำการต้มกับน้ำต้องปั่นหรือต้องโขลกให้ละเอียด โดยใช้น้ำเป็นส่วนเจือจาง เป็นต้น ดังนั้นการทำเครื่องดื่มสมุนไพร ผู้ทำควรมีวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการทำเครื่องดื่มสมุนไพรเพื่อให้ง่าย สะดวก ตวงได้ตามส่วน ตามสูตร
1. เครื่องปั่นและเครื่องบด จะช่วยง่ายและสะดวกในการสกัดน้ำสมุนไพร มีหลายขนาด หลายยี่ห้อ หลายราคา ผู้ซื้อควรเลือกตามความเหมาะสมกับการใช้งานของตน เช่น เครื่องปั่นเป็นเครื่องสำหรับปั่นพืชผัก , เครื่องบดใช้สำหรับบดถั่ว
2.ภาชนะที่ใช้เตรียมเครื่องดื่มจะต้องสะอาดและควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับชนิดของพืชที่จะนำมาปรุงเครื่องดื่ม โดยทั่วไปนิยมใช้ภาชนะกระเบื้องเคลือบหรือแก้วทนความร้อน
3. ถ้วยตวง มีหลายขนาด ทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ จะมีระดับของการตวงบอกไว้ตามอัตราส่วน เช่น 1 , 3/4 , 1/2 ถ้วย เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้ได้ปริมาณสัดส่วนตามสูตรที่กำหนดไว้
4. ช้อนตวง ส่วนใหญ่ใช้ตวงเกลือหรือส่วนผสมที่ไม่มากนัก ซึ่งจะใช้หน่วยตวงตามส่วนเป็นช้อนโต๊ะและช้อนชา
5. เครื่องทำน้ำผลไม้( Juicer) เป็นเครื่องคั้นน้ำผักผลไม้ที่สามารถแยกกากให้เอง ทำให้ได้เครื่องดื่มสมุนไพรที่ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น การเลือกซื้อเครื่องทำน้ำผลไม้หรือเครื่องดื่มสมุนไพร นั้นต้องดูปัจจัยหลายประการให้สอดคล้องเหมาะสม เช่น กำลังของเครื่องต้องพอดีกับการทำเครื่องดื่มไม่มากหรือน้อยเกินไป ความแข็งแรง ทนทาน ความปลอดภัยของเครื่อง
การทำเครื่องดื่มสมุนไพรเป็นเรื่องง่ายๆใครก็ทำได้เพราะใช้เครื่องมิกเซอร์ เครื่องจูสเซอร์ หรือเครื่องอื่นๆ ทำเท่านั้นเอง