สูตรโกโก้ร้อน,เย็น

สูตรโกโก้ร้อน
-ตักผงโกโก้ 1 ช้อนชา
-น้ำตาล 1 ช้อนชา
-ใส่น้ำร้อน1/2 แก้ว คนให้ละลาย
-นมข้นหวาน 1 ช้อนชา
-เหยาะนมสด นับ 1-2-3 เสริฟพร้อมน้ำชาร้อน

images (15)

สูตรโกโก้เย็น
-ตักผงโกโก้ 1 ช้อนชา
-น้ำตาล 1ช้อนชาครึ่ง
-ใส่น้ำร้อน1/2 แก้ว คนให้ละลาย
-นมข้นหวาน 2ช้อนชาคนให้ละลาย
-ตักน้ำแข็งใส่แก้วโรยนมสด ตามด้วยน้ำโกโก้ที่ชงไว้ แล้วโรยนมสด วนรอบปากแก้วอีกครั้งเสริฟ
ดาวน์โหลด (8)

ประโยชน์ของโกโก้

  1. เมล็ดโกโก้นิยมนำมาใช้ทำช็อกโกแลต (Chicolate) เนื่องจากมีไขมันสูงและมีสารประกอบหลายอย่างที่ทำให้เกิดกลิ่นหอมเฉพาะตัวเมื่อผ่านกรรมวิธี และยังมีผลิตภัณฑ์อีกประเภทหนึ่งที่สกัดได้เมล็ดที่คั่วแล้วด้วยตัวทำละลาย ที่เรียกว่า “โกโก้สกัด” (Cocoa extract) ที่นำมาใช้ผสมในเครื่องดื่มผงรสช็อกโกแลต ขนมอบ ไอศกรีม ลูกกวาด ทอฟฟี่ เป็นต้น โดยสรุปแล้วผลิตภัณฑ์ที่ได้จากเมล็ดโกโก้ คือ เนื้อโกโก้ (cocoa liquor หรือ cocoa mass), เนยโกโก้ (cocoa butter), โกโก้ผง(cocoa powder) และช็อกโกแลต (chocolate)
  2. เมล็ดโกโก้นำมาคั่วเอาเปลือกหุ้มเมล็ดออก บดให้ละเอียด บีบเอาน้ำมันออก เนื้อโกโก้จะเกาะกันเป็นแท่ง ๆ แล้วนำมาบดให้แตกเป็นผงอีกครั้ง ใส่รวมกับแป้ง แล้วนำไปแต่งรสแต่งสีอาหาร ส่วนโกโก้ผงที่ชงกับเครื่องดื่มจะนำมาผสมกับแป้งทำขนม นอกจากนี้เมล็ดโกโก้ยังถูกนำมาใช้เป็นอาหารเสริมอย่างดีที่ชื่อว่า “Food of the gods” โดยการนำผลโกโก้มาหมักแล้วแยกเอาเมล็ดออก นำมาทำความสะอาดแล้วนำไปย่างไฟ เสร็จแล้วกะเทาะเปลือกออก ก็จะได้เนื้อในเมล็ดที่นำไปใช้ได้
  3. น้ำมันโกโก้ใช้เป็นสารแต่งกลิ่นและรสของอาหาร ยา และเครื่องดื่มหลายชนิด
  4. เปลือกเมล็ดที่กะเทาะแยกออกจากใบเลี้ยง อาจนำไปบีบเอาเนยโกโก้ (Cocoa Butter) ซึ่งนำมาใช้เป็นส่วนผสมในการทำครีม สบู่ โลชั่นบำรุงผิว และเครื่องสำอาง ใช้เป็นตัวยาพื้นของยาเหน็บ ขี้ผึ้ง และครีม หรือนำมาสกัด theobromine ซึ่งใช้เป็นสารกระตุ้นเช่นเดียวกับคาเฟอีนที่ได้จากกาแฟและชา

รายงานผลการทดลองของโกโก้

  • ค.ศ.1996 ประเทศจีน ได้ทำการทดลองในหนูทดลอง โดยแบ่งหนูทดลองออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกให้โกโก้ 10% กลุ่มที่สองให้ soybean oil 10% และกลุ่มที่สามคือกลุ่มควบคุม ผลการทดลองพบว่าหนูทดลองกลุ่มหนึ่งและกลุ่มสอง มีระดับไขมันในเลือดลดลง แต่กลุ่มที่สองจะลดได้มากกว่ากลุ่มที่หนึ่ง
  • ค.ศ.2006 ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ทำการทดลองในอาสาสมัครกลุ่มที่หนึ่ง จำนวน 32 คน โดยให้ดื่มเครื่องดื่มโกโก้ 1.5 กรัม วันละ 2 ครั้ง ส่วนกลุ่มที่สองเป็นกลุ่มควบคุม คือไม่ได้ให้อะไรเลย การทดลองนี้ใช้เวลาประมาณ 6 สัปดาห์ ภายหลังการทดลองพบว่าระดับไขมันในเลือดของอาสาสมัครกลุ่มที่แรกลดลง LDL-c ลดลง 6% P<0.01
  • ค.ศ.2008 ประเทศสเปน ได้ทำการทดลองใช้โกโก้ในหนูทดลอง โดยการให้โกโก้ในหนูทดลอง โดยทำการเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม ภายหลังการทดลองพบว่าหนูทดลองมีระดับไขมันในเลือดลดลง
  • ค.ศ.2008 ประเทศมาเลเซีย ได้ทำการทดลองใช้สารสกัดโกโก้ในหนูทดลองที่ถูกกระตุ้นให้เป็นเบาหวาน ด้วยสาร streptozocin โดยแบ่งกลุ่มการทดลองออกเป็น 3 กลุ่ม โดยให้สารสกัดโกโก้ในขนาด 10, 20, 30 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน เป็นระยะเวลา 3 สัปดาห์ ภายหลังการทดลองพบว่าหนูมีระดับไขมันในเลือดลดลง

ค.ศ.2009 ประเทศมาเลเซีย ได้ทำการทดลองให้สารสกัดจากโกโก้ในหนูทดลองที่ถูกกระตุ้นให้มีระดับไขมันในเลือดสูง โดยทำการทดลองประมาณ 4 สัปดาห์ และในสารสกัดโกโก้ ประกอบไปด้วย polyphenol 2.7 มิลลิกรัม, epicatechin 1.52 มิลลิกรัม, eatechin 0.25 มิลลิกรัม, methyl xanthenes 8.55 มิลลิกรัม, caffeine 2.22 มิลลิกรัม, theobromine 1 กรัม พบว่าระดับไขมันในเลือดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ P

ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของโกโก้

  • สารสำคัญที่พบ ในเมล็ดประกอบไปด้วยน้ำมัน (fixed oil) ประมาณ 30-50%, แป้ง 15%, โปรตีน 15%, alkaloid, theobromine ประมาณ 1-4%, caffeine ประมาณ 0.07-0.36%, สาร catechin, pyrazine, tyramine, tyrosine เป็นต้น
  • โกโก้มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านไวรัส ยับยั้งออกซิเดชั่น ป้องกันฟันผุ ขับปัสสาวะ ลดความดันโลหิต ลดไขมันในเลือด
  • สารสำคัญในโกโก้ คือ สารอัลคาลอยด์ theobromine มีโครงสร้างคล้ายกับคาเฟอีน (caffeine) มาก แต่จะมีฤทธิ์อ่อนกว่าคาเฟอีน โดยจะมีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง กระตุ้นหัวใจ ขยายเส้นเลือด คลายกล้ามเนื้อเรียบ ขับปัสสาวะ และแก้หืดหอบคล้ายกับฤทธิ์ Theophylline ซึ่งถ้ากินเมล็ดมาก ๆ ก็จะเป็นสารเสพติดได้
  • จากการทดสอบความเป็นพิษ พบว่าโกโก้ไม่มีพิษต่อตัวอ่อน ไม่มีพิษต่อหนูขาว เมื่อนำโกโก้มาผสมอาหารให้กิน ในขนาดที่ทำให้หนูขาวตายเป็นจำนวนครึ่งหนึ่งมีค่าเท่ากับ 5.84 กรัมต่อกิโลกรัม

สรรพคุณของโกโก้

  1. โกโก้เป็นแหล่งสำคัญของ polyphenol ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ (เมล็ด)
  2. เมล็ดมีสรรพคุณช่วยกระตุ้นประสาท ช่วยบรรเทาภาวะของโรคเครียด โรคซึมเศร้า (เมล็ด)
  3. ช่วยลดระดับไขมันในเลือด (เมล็ด)
  4. ช่วยลดความดันโลหิต (เมล็ด)
  5. ช่วยระดับลดน้ำตาลในเลือด (เมล็ด)
  6. theobromine เป็นสารอัลคาลอยด์ที่แยกได้จากเมล็ดโกโก้ มีฤทธิ์กระตุ้นหัวใจ ขยายหลอดเลือด นิยมใช้เมื่อมีอาการบวมเกี่ยวกับโรคหัวใจ (เมล็ด)
  7. ช่วยป้องกันฟันผุ (เมล็ด)
  8. theobromine มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ จึงใช้เป็นยาขับปัสสาวะได้ (เมล็ด)
  9. ช่วยทำให้กล้ามเนื้อเรียบคลายตัว แก้หอบหืดคล้ายกับฤทธิ์ของ Theophylline แต่ถ้ากินเมล็ดมาก ๆ ก็อาจทำให้เสพติดได้ (เมล็ด)
  10. ช่วยบรรเทาอาการอักเสบ (เมล็ด)
  11. ในประเทศฟิลิปปินส์จะใช้น้ำต้มจากรากโกโก้เป็นยาขับระดูของสตรี (ราก)
  12. theobroma oil หรือ cocoa butter เป็นไขมันที่แยกออกเมื่อนำเมล็ดโกโก้มาคั่ว theobroma oil ใช้เป็นยาพื้นในการเตรียมยาเหน็บและเครื่องสำอาง (เมล็ด)

วิธีการใช้ : ให้นำเมล็ดโกโก้ที่คั่วแห้งมาใช้เป็นเครื่องดื่มยามว่างหรือทำเป็นช็อกโกแลตผสมในอาหาร

ลักษณะของโกโก้

ผลโกโก้ ลักษณะของผลเป็นรูปกลมยาว รูปไข่แกมรูปขอบขนาน หรือรูปรี ห้อยลงตามกิ่งและลำต้น ผลมีขนาดกว้างประมาณ 6-10 เซนติเมตร และยาวประมาณ 12-22 เซนติเมตร ผิวผลแข็งขรุขระ ตามผลมีร่องตามยาวประมาณ 10 ร่อง และมีสันเป็นปุ่มป่ำ ผลเป็นสีเขียว สีเหลือง ผลเมื่อแก่จัดจะเป็นสีแดงอมเหลืองหรือสีแดงอมม่วง ภายในผลมีเมล็ดโกโก้ประมาณ 20-60 เมล็ด เรียงเป็นแถว 5 แถว ยาวตามแกนกลางของผล

ผลโกโก้

ผลโกโก้

เมล็ดโกโก้

เมล็ดโกโก้

รูปโกโก้

รูปโกโก้

รูปผลโกโก้

รูปผลโกโก้